กรุสำหรับ 'Journey'หมวดหมู่

บ้านไม้ สถานนีรถไฟแม่กลอง

ธันวาคม 10, 2008

บ้านไม้

บ้านไม้ ใกล้สถานนีรถไฟแม่กลอง

ทุ่งดอกทานตะวัน

ธันวาคม 10, 2008

ทุ่งทานตะวัน

ทุ่งด�กทานตะวัน

ทุ่งดอกทานตะวัน ~สระบุรี

เพิ่งไปดูมากับตา เหลืองอร่ามไกลปู้น

หอสมุด Neilson Hays

กันยายน 12, 2008

 

หอสมุด Neilson Hays ตั้งตัวอย่างเงียบๆในกรุงเทพฯ -บางรัก

เมื่อเห็นด้วยตาแล้วต้องมนต์สะกดจึงต้องไปเยี่ยมให้จงได้

เมื่อปีสองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ด

กันยายน 10, 2008

 

เค้าว่ากันว่าบางกอกเป็น”เวนิสตะวันออก”   แต่การเคลื่อนที่ตามท้องถนนเป็นเรื่องที่สะดวกกว่าสำหรับคนกรุงหรือถ้าจะให้เข้ายุคเข้าสมัยต้องเคลื่อนที่ด้วยรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินนี้ละอินเทรนที่ซู้ดด

และเมื่อผมได้มีโอกาสเดินทางโดยเรือจึงตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย อาคารบ้านเรือนทรงสมัยเก่าๆมีให้เห็นทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ตึกใหม่ทันสมัยก็ผุดขึ้นสูงลิบอยู่ไม่น้อย หากย้อนกลับไปไม่นานการเข้าชมภาพถ่ายขาวดำเก่าๆของสมาคมฝรั่งเศสทำเอาผมนึกถึงบางกอกยุคสมัยแรกด้วยเช่นกัน

smena8m +formapan EXPed

ขาวและดำกับCmena8M

มีนาคม 20, 2008

ซภ?? Hangen สะพานพุทธ

นี้เป็นรูปขาวดำม้วนแรก ที่ได้ลองถ่ายด้วย Cmena8M ที่ฝั่งพระนคร

มหานครเปลี่ยนสี

กุมภาพันธ์ 23, 2008

SRI PA YA UnderGround

Flower

พักหลังมานี้ ไม่ค่อยได้ออกไปไหนไกลจากมหานครกรุงเทพ ได้แต่วนเวียนอยู่ในกรุงเทพแล้วก็กลับออกไปชานเมือง เหมือนเดิมทุกๆวัน โลเคชั่นต่างๆก็เหมือนเดิมที่เคยเห็น แต่สามภาพที่ได้มากลับรู้สึกไม่เหมือนบรรยากาศของความเป็นมหานครกรุงเทพที่เห็นอยู่ทุกวัน

ของฝากจากภูสอยดาว

พฤศจิกายน 17, 2007

วันนี้ว่างๆ เลยไปจัดการล้างฟิล์มที่เหลือให้เรียบร้อย และผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นดั่งนี้ 

ภูสภ??ดาว 001ภูสภ??ดาวภูสภ??ดาวภูสภ??ดาว

ภูสภ??ดาวภูสภ??ดาวภูสภ??ดาวภูสภ??ดาว

ภูสภ??ดาวภูสภ??ดาวภูสภ??ดาวภูสภ??ดาว

มากมายก่ายกองได้อีก LomoHomes.

ไนท์พลาซ่า

ตุลาคม 28, 2007

พลุไฟฟ้า ร้านาหารญี่ปุ่น sneak shop

ก่อนกลับ 

ยังพอมีเวลาเหลือที่พี่จุ้ยจะพาเดินเล่นไนท์พลาซ่า-พิษณุโลก เลยได้ถ่ายรูปมาอีก3ใบ เดินไปมาเจอร้านขายรองเท้า เห็นแล้ววู้..อยากได้ Red Converse จังอ่า เป็นอีกเมืองที่น่าสนใจ สาวๆน่ารักดีแหะ

ภูสอยดาว

ตุลาคม 27, 2007

ภูสภ??ดาว ภูสภ??ดาว ภูสภ??ดาว ภูสภ??ดาว-ลานสน

PO SOI DAO NATIONALPARK

เป็นช่วงวันหยุดยาวของสุดสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เสียโอกาศที่หาได้ยากไป ผมเองจึงเลือกที่จะเดินทางไกล ตัดสินใจขึ้นภูสอยดาวที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงกลางดึกของวันที่20ตุลา ผมและคนอื่นๆอีกสิบคน เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพิษณุโลก เพื่อต่อรถเข้าไป อ.ชาติตะการ ที่อุตรดิตถ์ เราถึงชาติตะการในเช้าของวันที่21ตุลา แวะเข้าตลาด กินมื้อเช้าและซื้อของอื่นๆที่จำเป็น จากนั้นก็จะมีรถมารับเพื่อขึ้นไปยังที่ทำการอุทยานอีกที

7กิโลกรัมคือน้ำหนักกระเป๋าของผมที่ต้องใช้บริการลูกหาบ (กิโลละ15บาท) ผมเองก็จะมีเพียงแค่เต็นท์ กล้องLC-A และ Cmena8m ที่จะต้องติดตัวอยู่ตลอดจนถึงยอดภู เวลาล่วงมาถึงสายๆ อากาศกำลังดี ได้เวลาตบเท้าออกสตารท์เดินเข้าป่า อากาศชุ่มชื่น ละอองน้ำ กลิ่นดิน เสียงน้ำตกและจักจั่น ตลบอบอวนไปทั่ว รอบๆมีแต่สีเขียว มีแต่ผู้มาเยือนเป็นสิ่งแปลกปลอมเท่านั้น  ฝีเท้าและย่างก้าวค่อยๆช้าลงจนดูเป็นภาพสโลว์โมชั่น ถึงแม้อากาศจะสดชื่นแต่การหายใจกลับถี่ขึ้นราวกับว่าอากาศกำลังจะหมดไปจากโลกซะอย่างงั้น ครึ่งวันบ่ายของผมมีเพียงแค่เดิน นั่งพัก ถ่ายรูป เดิน นั่งพัก ถ่ายรูป เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่วิวข้างทางนะดิช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนักทั้งไกลโพ้น สูง หรือแม้แต่ยอดหญ้าและใบไม้ที่ยื่นออกมาคล้ายกับว่าอยากจะทักทายกับเราผู้มาเยือน ผมเองไม่เคยใกล้ชิดและอยู่ท่ามกลางธรรมาชาติได้มากขนานนี้ เวลาผ่านมาถึงช่วงเย็น และแล้วก็มาถึงลานสนสำหรับกางเต็นท์จนได้ หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ก็ได้เวลาเพิ่มความอบอุ่นด้วยการนั่งรอบกองไฟ ผมได้แต่นั่งเพ่งมองเปลวไฟอยู่อย่างนั้นและพลันนึกถึงเรื่องสั้นตอนทัศนียภาพกับเตารีด ของ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) ที่ช่วงนึงได้เขียนไว้ว่า “มิยาเกะมีฝีมือเยี่ยมในการเอาเศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยและท่อนไม้ขนาดใหญ่มาเรียงสลับกัน จนกระทั่งกองไม้นั้นดูละม้ายคล้ายงานศิลปะสมัยใหม่ล้ำยุค เขาจะถอยหลังสองสามก้าวเพื่อสำรวจผลงานที่สร้างขึ้น แล้วจึงเดินกลับไปจัดชิ้นส่วนไม้บางชิ้น จากนั้นจะเดินวนไปฝั่งตรงข้ามเพื่อสำรวจอีกครั้ง เขาจะทำตามกระบวนการทั้งหมดนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนเช่นทุกครั้ง ทั้งหมดที่ทำขึ้นก็เพื่อประกอบชิ้นส่วนของกองไม้ให้สามารถจุดไฟ เป็นกองเพลิงลุกโชนให้เห็นภายในสมองของเขา ดุจกับปะติมากรมองเห็นรูปปั้นซึ่งซุกซ่อนอยู่ในแท่งหินอ่อน ก่อนจะลงมือแกะสลัก” ผมเองชักเริ่มชอบกองไฟซะแล้วสิ

เราใช้เวลาอยู่ข้างบน 3วัน2คืน ไม่มีสัญาญาณโทรศัพท์ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกอย่างทำด้วยมือ อาหารกระป๋องสุดวิเศษ อากาศสดชื่น ดื่มน้ำจากลำธาร นั่งคุย นอนกลางวัน เดินเล่น ถ่ายรูป ก่อกองไฟ ดูดาว และซุกตัวในผ้านวม ขอบคุณทุกๆคน ขอบคุณมิตรภาพ 

พระราชวังบางปะอิน

กันยายน 23, 2007

พระราชวังบางปะิน พระราชวังบางปะิน พระราชวังบางปะภ??น 

ไปเที่ยวบางปะอินกันน..!

การเดินทางของฤดูกาลเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วครับ ผมเองรู้สึกแบบนั้นในเช้าวันนี้ เมื่อวานโดดขึ้นรถทัวร์ไปถ่ายภาพที่พระราชวังบางประอิน โชคดีที่ฝนไม่ตกซะด้วย แต่ท้องฟ้าไม่มีสีฟ้าเหมือนชื่อเลยอ่า ส่วนผมเองก็ยังเดินหน้าถ่ายภาพ พกกล้องไปตั้งสองตัว( Cmena8M และ LC-A ) พะรุงพะรังน่าดู แต่ทำไงได้ มันถ่ายไม่หมดนี่หน่า ว่าแต่อาการตื่นเต้นโดยหวังจะให้ถึงพระราชวังบางปะอินเริ่มขึ้นทันทีเมื่อรถทัวร์ออกจากหมอชิตสอง ท่ารถที่99 ใช้เวลาสองชั่วโมงบนรถทัวร์ด้วยการหลับและฟังเพลงที่ผมเองได้เตรียมไว้แล้ว การเดินทางเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับ ไม่เป็นกังวลอย่างที่คิด ถึงนู้นก็เที่ยงตรง ได้เวลาทหารเดินเปลี่ยนเวร งานของผมก็เริ่มพร้อมกับพวกเค้าด้วยเช่นกัน สวยงามมากที่นั้น ทำเอาผมเดินเล่นไปมาตั้งสองรอบ นักท่องเที่ยวส่วนมากเป็นชาวญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ จนได้เวลาลากลับของผมก็สามโมงเย็น เดินถ่ายภาพสถานนีรถไฟบางปะอินเป็นที่ระลึกอีกนิดหน่อย ก็ได้เวลาล่องรถไฟกลับถึงกรุงเทพหกโมงเย็น ดีใจทุกอย่างไปได้สวย ค่ารถไฟยี่สิบบาทเองอะ(ถูกมากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเงินยี่สิบบาทจะพาผมกลับกรุงเทพได้)

ขอบใจคุณจี บอกว่าที่นั้นคือที่ไหน

ขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทยด้วยครับ 

ขอบคุณความเป็นมิตรของชาวบางปะอิน

ขอบคุณท้องฟ้าที่งดน้ำฝนให้หนึ่งวัน

ขอบคุณแม่ ที่ให้ยืมเงิน (งิงิ)

และขอบคุณพี่เคย์ ที่ขับรถไปส่งหมอชิตสอง