The Futureheads กับ The Futureheads
งานชุดนี้เมื่อได้ฟังแล้วรู้สึกกระฉับกระเฉงซะจริง เหมาะแก่การย้ำเท้าอยู่กับที่เป็นอย่างมาก (หรือว่าจะให้เป็นเพลงประกอบจังหวะเดินสวนสนามก็ย่อมได้) นอกจากเสียงเครื่องดนตรีที่สาดอย่างกระฉับแล้ว เสียงร้องของพวกเค้าก็นับว่าเป็นเครื่องดนตรีประกอบเพลงซะด้วย! ซันเดอร์แลนด์-อังกฤษ
Barry Hyde ร้อง/กีต้าร์ Ross Millard ร้อง/กีต้าร์ Jaff ร้อง/เบส Dave Hyde ร้อง/กลอง

The Strokes กับ is this it
นี้คือวงที่ต้องกล่าวถึงเมื่อปี2000 เมื่อพวกเค้าเปิดตัวด้วยชั้นเชิงที่เหนือชั้น คำชมที่มากล้นจากนิตยาสารเพลงหลายๆสำนัก และการกลับมาของดนตรีการาจร็อกที่แห้งหายไปนานจนดูเหมือนเป็นของใหม่ซะด้วยซ้ำในเวลานั้น ดนตรีของพวกเค้าไม่เนียบแถมจังหวะยังวนเวียนซ้ำไปมา หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่นั้นละคือสูตรสำเร็จของ The Strokes นิวยอร์ค-เมกา
Julian Casablancas ร้อง Nick Valensi กีต้าร์ Albert Hammond JR กีต้าร์ Nikolai Fraiture เบส Fab Moretti กลอง

Editors กับ The Black Room
เป็นวงที่น่าจับตามอง ถ้าจะให้พวกเค้าเป็น Next Big Thing ก็ยังได้ ในเมื่อผลผลิตที่ได้จากเครื่องดนตรีของเด็กหนุ่มทั้งสี่นั้นคือ ดาร์คดิสโก้ ดนตรีอิเล็คทรอร็อกเนียบๆ บวกกับเสียงร้องขรึมๆ ก็กินขาดแล้ว เบอร์มิ่งแฮม-อังกฤษ
Tom Smith ร้อง/กีต้าร์ Chris Ubranowicz กีต้าร์ Russell Leetch เบส Ed Lay กลอง

Interpol กับ Turn On The Bright Lights
ถ้า Editors คือวงที่น่าจับตามองแล้วละก้อ Interpol ก็ต้องตามติดอย่างกระชันชิดเลยทีเดียว ในเมื่อใครหลายคนต่างยกให้ Editors นั้นเป็น Interpol เวอร์ชั่นที่อังกฤษ แล้ว Interpol ที่ให้หลายๆวงอ้างถึงมันจะเจ๋งซะขนาดไหน ป๋าจริงๆวงนี้ นิวยอร์ค-เมกา
Paul Banks ร้อง/กีต้าร์ Daniel Kessler ร้อง/กีต้าร์ Carlos D. เบส Sam Fogarino กลอง
The Stills กับ Logic Will Break Your Heart
ทำดนตรีพ็อพได้หอมหูทั้งท่วงทำนองและจังหวะ หลายต่อหลายบทเพลงที่พาเคลิมเคลิ้ม ชวนฝันได้ทุกเมื่อถึงแม้จะเป็นเวลากลางวันก็เถอะ และผมมักจะถึกทักเอาเองว่ามันคือบทเพลงประกอบหนังสือ South Of Border, West of The Sun (ของ ฮารูกิ มูราคามิ) เข้ากันดีซะยิ่งกะไร มอนทรีออล-แคนาดา
Tim Fletcher ร้อง/กีต้าร์ Dave Hamelin ร้อง/กีต้าร์ Liam O’neil คีย์บอร์ด Julien Blais กลอง

Phoenix กับ It’s Never Been Like That
วันสบายๆ อารมณ์ดีๆ มักจะผ่านไปเร็วเสมอ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็หมดวันไปซะแล้ว เพลงของพวกเค้าด้วยเช่นกันตั้งแต่เพลงแรกไปจนสุดท้ายนำพาอารมณ์และจิตใจเบิกบาน สดชื่นอย่างเต็มเปี่ยม ปารีส-ฝรั่งเศส
Thomas Mars ร้อง Laurent Brancowitz กีต้าร์ Deck D’Arcy เบส Christian Mazzalai กีต้าร์

Kings Of Leon กับ Aha Shake Heartbreak
ถ้าคุณมีพี่-น้องสี่คนคุณควรจะทำอะไรดี พวกเค้าทั้งสี่เลือกที่จะเล่นดนตรีให้แก่กันและกัน และแน่นอนมันคงเข้าขา ไหลลื่นไปหมดซะทุกอย่างเพราะโตมาด้วยกันทุกๆนาที เสียงร้อง กีต้าร์ ลีลา และจังหวะช่างน่าตื่นเต้น เดาไม่ออกหลอกว่าจังหวะข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไรจนกว่าคุณจะได้ฟังเพลงของพวกเค้า เทนเนสซี่-เมกา
Caleb Followill ร้อง/กีต้าร์ Jared Followill เบส Matthew Followill กีต้าร์ Nathan Followill กลอง

Arcade Fire กับ Neon Bible
การจับดนตรีคลาสิคมาเข้าคู่กับดนตรีร็อดแค่คิดมันก็พิลึกและมันก็ดูเป็นคนละขั้วซะด้วยซ้ำ แต่หนุ่ม-สาวกลุ่มนี้ทำออกมาได้อย่างไม่เขอะเขิน แถมยังน่าชื่นชมอีกด้วยเมื่อไหนๆมันก็มาถึงขั้นนี้ พวกเค้าเลยเลือกโบสถ์ร้างเป็นห้องบันทึกเสียงเอาซะเลย และมันทำให้ดูคลั่งขึ้นเป็นกองเลยทีเดียวละ NeoBible มอนทรีออล-แคนนาดา
Win Butler .Regine Chassagne .Richard Reed Parry .William Butler .Tim Kingsbury .Sarah Neufeld .Jeremy Gara
Black Rebel Motorcycle Club กับ Howl
มันเป็นช่วงเวลาที่ลำบากสำหรับ BRMC พวกเค้าทั้งสามจะหยุดชื่อทีมไวเพียงเท่านี้ ทิ้งไว้แค่ความทรงจำหรือว่าจะลุยด้วยกันต่อ แต่ท้ายที่สุดทั้งสาม ก็กลับมาเหนียวแน่นกันเหมือนเดิม Howl จึงเปรียบเสมือนช่วงเวลาสำคัญช่วงนึงของวงที่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แต่ยังคงไวซึ่งความงดงาม นิวยอร์ค-เมกา
Peter Hayes ร้อง/กีต้าร์ Robert Levon Been กีต้าร์ Nick Jago กลอง
Radiohead กับ Pablo Honey
นี้คือวงที่โปรดปรานมากๆ จากเริ่มแรกของการฟังเพลงและยังคงหยิบแผ่นนี้มาฟังทุกครั้งเมื่อมีโอกาส วัยหนุ่ม ห้าวหาญ กราดเกี้ยว สุขุม ความหวานและบัลลารด์ ทุกอย่างเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ทุกเมื่อแม้มันจะนานมาแล้วก็ตาม อ็อคฟอรด์-อังกฤษ
Thom Yorke ร้อง/กีต้าร์ Jonny Greenwood กีต้าร์/เปียนโน Ed O’Brien กีต้าร์ Colin Greenwood เบส Phil Selway กลอง